ท่องเที่ยวไทย

อยากได้รูปกับเขา แนะนำ 9 จุดถ่ายรูปกับเขา แนะนำโดย ททท.

146 views

อยากได้รูปกับเขา แนะนำ 9 จุดถ่ายรูปกับเขา แนะนำโดย ททท.

 

“คิดถึงเขา ก็ไปาเขาสิ” คีย์เวิร์ดชวนเพื่อน ชวนแฟนเที่ยวภูเขากัน สำหรับคนที่ชอบความสดชื่น ความอลังการใหญ่โตของภูเขา วันนี้ ททท. ได้แนะนำ 9 จุดถ่ายรูปกับเขาให้ตามไปถ่ายรูปกับเขารักเขา รีบไปหาเขากันเถอะ

 

 

จุดที่ 1 เขาโปกโล้น ร่องเขานครชุม จ.พิษณุโลก

เขาโปกโล้น ตั้งอยู่ที่ตำบลนครชุม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เป็นจุดชมวิวธรรมชาติและทะเลหมอก ระยะทางเดินขึ้นไปประมาณ 1-2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30-40 นาที

ขาโปกโล้น ร่องเขานครชุม จ.พิษณุโลก

ถ้าโชคดีในช่วงเช้าเราจะเห็นทะเลหมอก ซึ่งในฤดูหนาวจะมีทะเลหมอกทุกวันเลยนะ แต่ถ้าไม่มีหมอก เราก็ถ่ายรูปกับเขาก็ได้ สวยเหมือนกัน ฮ่าๆ และตามเส้นทางเดินยังมีจุดสำคัญให้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นบ่อเสือตก น้ำบ่อศักดิ์สิทธิ์ และถ้ำผาปอง เป็นต้น

สำหรับที่พัก แอดแนะนำให้พักที่โฮมสเตย์ในอำเภอนครชุม เพราะเราจะต้องตื่นเช้า ประมาณ 05.00 น. เพื่อเดินขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่เขาโปกโล้นกัน ราคาโฮมสเตย์ 450 บาท/คน มีอาหารให้ 2 มื้อ คือมื้อเย็นและมื้อเช้า ถ้าหากพร้อมแล้วและสนใจพิชิตทะเลหมอกติดต่อ อบต.นครชุม โทร 055 009 808

การเดินทาง
ไปตามเส้นทางพิษณุโลก-นครไทย จากนั้นขับรถไปที่ตำบลนครชุม ประมาณ 28 กิโลเมตร ซึ่งห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกประมาณ 100 กิโลเมตร

 

 

จุดที่ 2 จุดชมวิวบ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน

จุดชมวิวบ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน
จุดชมวิวบ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน

 

เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินถ่ายรูป ที่ไม่ว่าใครก็ต้องมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ท่ามกลางหุบเขาและวิวทะเลหมอกแบบนี้ นั่งถ่ายรูปสวยๆ กินบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเขียวชอุ่มและอากาศบริสุทธิ์ เติมพลังกันให้เต็มที่ไปเลยบ้านจ่าโบ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอำเภอปายมากนัก ใช้เวลาเดินทางจากอำเภอปายประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าใครที่ไปเที่ยวปาย ก็อย่าลืมแวะไปด้วยนะครับผม

การเดินทาง
จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนวิ่งตามทางหลวงหมายเลข 1095 ไปทางอำเภอปางมะผ้า จนถึงแยกจุดตรวจแม่ละนา ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1226 อีก 3.5 กิโลเมตร จะถึงจุดชมวิวบ้านจ่าโบ่

 

 

จุดที่ 3 เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี

หรือที่ใครๆ รู้จักกันดีว่า “เขื่อนเชี่ยวหลาน” อันเป็นชื่อดั้งเดิม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขื่อนรัชชประภาในปัจจุบัน

เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับเขื่อนรัชชประภานั้น มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ภายในทะเลสาบเหนือเขื่อนเต็มไปด้วยภูเขาหินปูนธรรมชาติที่มีรูปร่างต่างๆ แปลกตา สวยงามลงตัวราวกับบรรจงสร้างมาให้เราเข้าไปชมเลยล่ะ ไปยืนถ่ายรูปที่หัวเรือ โพสท่าเก๋ๆ คู่กับภูเขาหินปูน เอามาไว้โพสต์อวดเพื่อนๆ ในโซเชียล

กิจกรรมที่น่าสนใจ
– นอนเล่นกลางแพชมวิวทะเลสาบ อ่านหนังสือเล่มโปรด ฟังเพลงเบา ๆ
– ล่องเรือชมธรรมชาติเหนือเขื่อน ชมเขาสามเกลอ หนึ่งในไฮไลท์ของภูเขาหินปูนที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำ
– พายเรือคายักหรือแคนู ซึ่งที่พักบางแห่งจะจัดไว้บริการนักท่องเที่ยว
– ท่องถ้ำน้ำทะลุ ซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ 6 กิโลเมตร เป็นถ้ำใหญ่ที่มีธารน้ำไหล มีหินงอกหินย้อยที่งดงาม การเดินเที่ยวถ้ำจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

การเดินทาง
จากอำเภอเมืองฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 401 แยกเข้าสู่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขส.2 (เชี่ยวหลาน) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 60 ระยะทาง 14 กิโลเมตร

 

จุดที่ 4 เสม็ดนางชี จ.พังงา

มาพังงาทั้งที ถ้าไม่ได้ไปเสม็ดนางชีถือว่าพลาด ถ้ามีโอกาสแอดอยากจะแนะนำให้ขึ้นไปชมวิวสุดประทับใจ ถ่ายรูปคู่กับทิวทัศน์สวยๆ ที่นี่ซักครั้ง

เสม็ดนางชี จ.พังงา

 

นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปกางเต็นท์นอนค้างแรมเพื่อรอชมกลุ่มดาวเต็มท้องฟ้า และเมื่อเช้าวันใหม่อันสดใสมาถึง ทิวทัศน์ของตะวันขึ้นที่อ่าวพังงาก็จะติดตาตรึงใจเพื่อนๆ ไปอีกนาน ด้านบนมีร้านอาหาร มีเมนูทั้งอาหารคาวและอาหารหวานให้เราได้เลือกทานอย่างหลากหลาย หรือจะชมแสงสุดท้ายยามเย็น พร้อมนั่งทานอาหารสุดอร่อย ดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติอันสวยงาม ขอบอกเลยว่าจะทำให้มื้ออาหารมื้อนี้ประทับใจไม่รู้ลืมเลยล่ะ

เสม็ดนางชี จ.พังงา

การเดินทาง
จากตัวเมืองพังงา ใช้เส้นทางพังงา-โคกกลอย เข้าสู่อำเภอตะกั่วทุ่งไปยังบ้านท่าอยู่ สังเกตจะมีสะพานลอยอยู่ก่อนถึงทางเข้าบ้านท่าอยู่ และมีซอยเล็กๆ ให้เลี้ยวเข้าไป ขับตรงไปอีกประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึงจุดจอดรถ

 

 

จุดที่ 5 ม่อนครูบาใส อุทยานแห่งชาติแม่เมย จ.ตาก

ม่อนครูบาใส อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นจุดชมทะเลหมอกยามเช้า วิวภูเขา และพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่มองเห็นดาวได้ชัดเจนอีกด้วย สามารถถ่ายรูปสวยๆ กับวิวสุดอลังการเก็บไปชมได้ไม่มีเบื่อเลยล่ะ

ข้างบนนี้สามารถกางเต็นท์นอนได้ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เลย เพราะฉะนั้นต้องเตรียมอาหาร น้ำ และสิ่งของจำเป็นต่างๆ ขึ้นไปให้เรียบร้อยนะครับ

การเดินทางแนะนำให้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะช่วงนี้หน้าฝน ถนนอาจจะมีหลุมมีบ่ออยู่บ้าง และควรสอบถามกับทางอุทยานฯ ก่อนไปนะครับ ว่าเหมาะที่จะขึ้นไปเที่ยวหรือไม่ แต่ถ้าฝนไม่ตกติดต่อกันหลายวัน ก็สามารถขึ้นได้ครับผม

การเดินทาง
จากตัวเมืองตาก ไปตามทางหลวงหมายเลข 105 (เส้นทางแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง) ระยะทางประมาณ 114 กิโลเมตร เลี้ยวขวาที่จุดตรวจแม่สลิด ซึ่งเป็นทางที่จะตัดไปสู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นทางขึ้นเขาไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ (ทางขึ้นเขาเป็นทางลาดชัน รถบัสใหญ่ไม่สามารถขึ้นได้)

 

 

จุดที่ 6 ดอยหัวหมด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก

ยอดเขาหัวโล้นที่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าและไม้ทนแล้ง ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้น เป็นที่มาของชื่อ “ดอยหัวหมด” บ้างก็เรียกว่า “เขาหัวโล้น” ลักษณะเป็นภูเขาหินปูนทอดตัวเป็นแนวยาวหลายลูกติดต่อกัน สามารถชมวิวได้รอบทิศ

ไฮไลท์เด่นของที่นี่คือ การชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกในยามเช้า ควรเดินทางมาถึงจุดชมวิวในช่วง 05.00-06.00 น.

ดอยหัวหมดเป็นเนินที่ไม่สูงมากและระยะทางเดินไม่ไกลมากนัก เดินกันได้ชิลๆ ถ่ายรูปกันได้เรื่อยๆ เลยล่ะ

การเดินทาง
จากตัวเมืองตาก ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 96 เปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 1090 (แม่สอด-อุ้มผาง) เข้าสู่อำเภออุ้มผาง มุ่งหน้าบ้านปะหละทะ บริเวณกิโลเมตรที่ 10-11 จะมีทางแยกซ้ายไปดอยหัวหมด ประมาณ 700 เมตร จะถึงจุดจอดรถ

 

จุดที่ 7 เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

 

 

เมื่อมาถึงอำเภอเนินมะปรางกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือ การไปชมวิวภูเขาหินปูนล้านปี ที่บ้านมุง บอกเลยว่าภูเขาสวยอลังการมาก ถ่ายรูปออกมาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปในภาพยนตร์เรื่องอวตารกันเลยทีเดียว

ถ้าจะให้ดีต้องลองนั่งรถอีแต๊กที่ชาวบ้านบริการ หรือนำจักรยานมาปั่นเองในช่วงยามเย็น จะได้สัมผัสบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกและธรรมชาติที่สวยงามบริเวณนั้น และยังสามารถรอชมฝูงค้างคาวนับล้านบินออกจากถ้ำไปหากิน ตอนเวลาประมาณ 18.00-19.00 น. ได้อีกด้วยนะ

หากใครอยากลองนั่งรถอีแต๊กชมภูเขาหินปูนล้านปี ติดต่อได้ที่ คุณพิษณุชัย ทรงพุฒิ โทร. 085 400 1727

การเดินทาง
เริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลก ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงอำเภอวังทองระยะทาง 20 กิโลเมตร แยกขวาไปยังอำเภอสากเหล็กอีก 38 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 11 แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1115 อีก 27 กิโลเมตร ถึงชุมชนบ้านมุง

ถ่ายรูปกับเขา จุดที่ 8 เขากระโจม จ.ราชบุรี

เขากระโจมเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาตะนาวศรี ตั้งอยู่ที่ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง

ถ่ายรูปกับเขา จุดที่ 8เขากระโจม จ.ราชบุรี

ถ่ายรูปกับเขา จุดที่ 8เขากระโจม จ.ราชบุรี

บริเวณฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน สุดเขตแดนประเทศไทยทางตะวันตก เป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยเมฆหมอกลอยต่ำ เป็นทะเลหมอกขาวไปทั่วยอดเขา ร่ำลือกันว่าเป็นดินแดนเชียงใหม่ภาคกลาง

ถ้าอยากจะชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้า ควรเดินทางไปถึงตั้งแต่เช้ามืด ประมาณ 05.00-06.00 น. แต่ถ้าคิดว่าเช้าไป ตื่นไม่ไหว จะรอชมพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น หรือดูดาวในยามค่ำคืนก็สวยงามไม่แพ้กัน บนเขากระโจมสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ แต่ต้องนำเต็นท์ขึ้นไปเอง ส่วนอาหารก็มีร้านกาแฟ ที่มีมาม่าและโจ๊ก(คัพ) ไว้คอยให้บริการ

สำหรับการเดินทางขึ้นไปเขากระโจม ต้องใช้รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีกำลังดีเท่านั้น

สอบถามข้อมูลหรือจองรถขึ้นเขา
ชมรมรักษ์เขากระโจม (คุณไก่ ประธานชมรมฯ) โทร. 087 135 8623

การเดินทาง
จากกรุงเทพ ใช้ถนนเพขรเกษม มุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี เมื่อถึงแยกห้วยไผ่ให้เลี้ยวขวา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3208 ไปอำเภอสวนผึ้ง ขับไปประมาณ 40 กิโลเมตร จะเจอแยกชัฏป่าหวาย ให้ขับตรงไปซอยเล็กจะทะลุเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3087 ขับตรงไปอีกประมาณ 28 กิโลเมตร จะถึงทางขึ้นเขากระโจม

 

จุดที่ 9 จุดสุดท้ายนี้ขอยกให้แก่ อุทยานหินเขางู จ.ราชบุรี

เดิมที่นี่เป็นแหล่งระเบิดหินและย่อยหินที่สำคัญของไทยแต่หลังจากที่ได้มีการยกเลิกสัมปทานและปรับปรุงภูมิทัศน์ ก็ทำให้ที่นี่กลายเป็นสวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของจังหวัดราชบุรีไปแล้ว

 

อุทยานหินเขางู จ.ราชบุรี

ภายในอุทยานฯ มีจุดให้พักผ่อนหย่อนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น สะพานแขวนซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปเก๋ๆ โดยมีภูเขาหินปูนอยู่รายรอบ หรือจะออกกำลังกายน่องโดยการถีบเรือเป็ด กินลมชมวิวก็ชิลไม่แพ้กัน

บริเวณอุทยานหินเขางูยังเป็นที่ตั้งของถ้ำหลายแห่ง ที่สำคัญได้แก่ ถ้ำฤาษี ถ้ำฝาโถ ถ้ำจาม และถ้ำจีน ซึ่งแต่ละถ้ำมีภาพสลักหินที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยทวารวดี นับเป็นร่องรอยศิลปะทวารวดีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

อุทยานหินเขางู เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.
ไม่เสียค่าเข้าชม

การเดินทาง
จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3087 (ราชบุรี-จอมบึง-สวนผึ้ง) ห่างจากตัวเมืองราชบุรีไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อถึงสี่แยกให้เลี้ยวขวาจากนั้นขับไปประมาณ 1 กิโลเมตร อุทยานหินเขางูจะอยู่ทางซ้ายมือ

หรือจากวัดหนองหอย ใช้ทางหลวงหมายเลข 3089 อุทยานหินเขางูจะอยู่ทางขวามือ
พิกัด https://goo.gl/maps/48ywbyKGNR62

 

 

#amazingไทยเท่
#AmazingThailandGoLocal

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง