ท่องเที่ยวไทย

สถานที่ท่องเที่ยวอยู่นครสวรรค์ ไม่ไปไม่รู้! เมืองสี่แควมีที่ไหนเช็คอินบ้าง

103 views

สถานที่ท่องเที่ยวอยู่นครสวรรค์ ไม่ไปไม่รู้! เมืองสี่แควมีที่ไหนเช็คอินบ้าง

ไปนครสวรรค์ เที่ยวที่ไหนดี ไปนครสวรรค์ทั้งที ไปลั๊นล้าที่ไหน ที่นี่มีคำตอบ

 

สถานที่เที่ยวนครสวรรค์ – นครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในตอนบนของภาคกลาง หรือบางหน่วยงานจัดให้อยู่ในตอนล่างของภาคเหนือ จังหวัดที่นักเดินทางไม่ว่าขึ้นเหนือ หรือล่องใต้ ต้องผ่าน!! จึงได้รับสมญานามว่าเป็น “ประตูสู่ภาคเหนือ” มีพื้นที่ประมาณ 9,597 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์อีกจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย มีพื้นที่ติดต่อกับหลายจังหวัด ได้แก่ ด้านเหนือ ติดต่อกับจังหวัดพิจิตรและกำแพงเพชร ทางตะวันออกติดกับจังหวัดเพชรบูรณ์และลพบุรี ด้านใต้ติดกับจังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ส่วนด้านตะวันตกติดกับจังหวัดตาก

จังหวัดนครสวรรค์แบ่งการปกครองออกเป็น 15 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอลาดยาว อำเภอตาคลี อำเภอชุมแสง อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอท่าตะโก อำเภอพยุหะคีรี อำเภอไพศาล อำเภอหนองบัว อำเภอตากฟ้า อำเภอโกรกพระ อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน และอำเภอชุมตาบง

 

1. พาสาน สัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา

พาสาน นครสวรรค์ อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของปากน้ำโพ ตั้งอยู่บริเวณแหลมเกาะยม จุดบรรจบแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์

 

2. ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม

 

ศูนย์รวมศรัทธาไทย-จีนที่เหนียวแน่นซึ่งประชาชนทั่วไปมักเรียกศาลนี้ว่า ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์- เจ้าแม่ทับทิม หรือศาลเจ้าพ่อแควใหญ่ โดยตัวศาลเจ้านั้นตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามตลาดปากน้ำโพ เป็นสถานที่สำคัญทางจิตใจแก่ชาวนครสวรรค์ทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยท้องถิ่น นอกจากมากกราบไหว้ขอพรแก่ตันเองและครอบครัวแล้ว ยังสามารถเห็นจุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นแม่น้ำรวมกัน ปิง วัง ยม น่าน สีเขียว แดงของแม่น้ำรวมตัวกัน

 

3. วัดคีรีวงศ์

วัดคีรีวงศ์
วัดคีรีวงศ์

 

สถานที่ท่องเที่ยวนครสวรรค์ที่แรกที่เราจะพาไปคือ วัดเก่าแก่ของจังหวัดนครสวรรค์ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปลายกรุงสุโขทัย นั่นคือ วัดคีรีวงศ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ ในตัวเมืองนครสวรรค์ วัดคีรีวงศ์โดดเด่นด้วยมหาเจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่า “พระจุฬามณีเจดีย์” เมื่อขึ้นไปบนฐานด้านบน คุณจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของนครสวรรค์ได้อย่างสุดลูกหูลูกตา

วันและเวลาเปิดทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม

 

4. บึงบอระเพ็ด

 

เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง  ในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น “ทะเลเหนือ” หรือ “จอมบึง” เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด เคยพบสัตว์หายากที่นี่ ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลาเสือตอ ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำจำนวนมากอพยพมาที่บึงแห่งนี้ นกประจำถิ่น ได้แก่ อีโก้ง อีแจว ปากห่าง ซึ่งจะวางไข่ในเดือนกรกฎาคม-มีนาคม พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงบอระเพ็ดอยู่ในความดูแลของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา โดยกรมประมงได้มาตั้งสถานีพัฒนาประมงบึงบอระเพ็ดไว้ด้วย

วันและเวลาเปิดทำการ: ทุกวัน โดยในส่วนของอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ จะเปิดตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม: อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำมีค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 30 บาท และ เด็ก 20 บาท

โทร. 0 5622 7874

 

5. เขาหน่อ-เขาแก้ว

 

ภูเขาหินปูนที่มีทิวทัศน์สวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวนครสวรรค์ที่ต้องเช็คอินอีกหนึ่งแห่งของนครสวรรค์ “เขาหน่อ” จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เขาลูกเล็ก เรียกว่า “เขานางพันธุรัต” มีบันไดขึ้นสู่จุดชมวิวและมีถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปให้กราบไหว้ ส่วนเขาลูกใหญ่ ชื่อว่า “เขาพระพุทธบาท” ซึ่งด้านบนเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และ “เขาแก้ว” เขาลูกสูงใหญ่ โดดเด่นด้วยถ้ำค้างคาว และเป็นเขาที่มีการเล่าว่าเคยมีปรากฏการณ์ดวงแก้วส่องสว่างรอบๆ อันเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง

วันและเวลาเปิดทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม

 

 

6. อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

 

 

ไปพิชิต ยอดเขาโมโกจู สักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดสุด วัดได้ 1,964 เมตร จากระดับน้ำทะเล โดยอาศัยสองเท้าเดินไปตามทางในป่า ใช้เวลาไป-กลับ ประมาณ 5 วัน ถือเป็นบททดสอบที่โหดพอสมควรสำหรับนักเดินทาง

สำหรับผู้ที่ชอบเที่ยวธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวนครสวรรค์อย่าง อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ คือที่ๆ พลาดไม่ได้ ที่นี่เป็นป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่มีรอยต่อของสองจังหวัดคือ กำแพงเพชรและนครสวรรค์ รวมเนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ ประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง เช่น แก่งผานางคอย แก่งหินของลำห้วยคลองขลุง น้ำตกแม่เรวา จุดชมวิวกิ่วกระทิง จุดชมวิวช่องเย็น และ ยอดเขาโมโกจู เป็นต้น

วันและเวลาเปิดทำการ: ทุกวัน
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 40 บาท และเด็ก 20 บาท

 

7. อุทยานสวรรค์ (Sawan Park) นครสวรรค์

 

 

อุทยานสวรรค์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า หนองสมบุญ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ติดกับทางหลวงสายเอเซีย มีเนื้อที่ประมาณ 314 ไร่ มีรั้วกั้นโดยรอบ มีถนนราดยางภายในกว้าง 6 เมตร โดยรอบ ซึ่งมีความยาวถึง 3200 เมตร ตรงกลางเป็น เกาะมีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษ มีเวทีน้ำพุ น้ำตกจำลองขนาดใหญ่ ห้องรับรอง และสวนดอกไม้ เป็นสถานที่พักผ่อน หย่อนใจของชาวนครสวรรค์ ในยามเช้า และเย็น จะมีประชาชนนับพันคนมาใช้สถานที่แห่งนี้ในการออกกำลังกาย เป็นประจำทุกวัน และอุทยานสวรรค์นี้เป็นสวนสาธารณะที่ได้รับรางวัลสวนสาธารณะระดับดีมากจากกรมอนามัยอีกด้วย

วันและเวลาเปิดทำการ: ทุกวัน
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าบริการ

 

 

8. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์

 

เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ที่ บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก พื้นที่วัดสร้างเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา เรือมีนามว่า ราชญาณ นาวา ฑีฆายุ มงคล ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส  ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างที่ล้วนเป็นมงคลมากมาย อาทิ

– มณฑปเรือนแก้ว สถาปัตยกรรมประยุกต์ไทยอินเดีย มุงและกั้นด้วยกระจกสีชาทั้งหมด เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาททั้งคู่ และพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ปางสมาธิ ซึ่งเป็นพระประธานของวัด
– ศาลาเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  พระบิดาแห่งราชนาวีไทย
– ลานพระธรรมจักร ประดิษฐานแท่นพระธรรมจักร มีหินทรายแกะสลักเป็นรูปกวาง และแท่นหิน 8 เหลี่ยม ที่แกะจากหินทรายสลักเป็นรูปมงคลต่างๆ
– เจดีย์ศรีมหาราช  ภายในเจดีย์มี 3 ชั้น จัดแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีรูปหล่อมหาราช 8 พระองค์ ห้องสำคัญทางประวัติศาสตร์ ห้องพระไตรปิฎก ชั้นบนสุดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
– เจดีย์ศรีพุทธคยา จำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยา  ประเทศอินเดีย  โดยย่อส่วนลงให้เหมาะสมกับพื้นที่  มีความสูง 28 เมตร มีพระพุทธรูปอยู่รายรอบ  ภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

วันและเวลาเปิดทำการ: ทุกวัน
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าบริการ

9. สะพานเดชาติวงศ์ และจุดชมวิวสะพานเดชาติวงศ์

 

สะพานเดชาติวงศ์ และจุดชมวิวสะพานเดชาติวงศ์
สะพานเดชาติวงศ์ และจุดชมวิวสะพานเดชาติวงศ์

 

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวนครสวรรค์ ในตัวเมือง สะพานเดชาติวงศ์ เป็นประตูสู่ภาคเหนือและยังเป็นสะพานเก่าแก่ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวแม่น้ำสองสี ต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งอีกด้วย เอาเป็นว่าใครได้มาเที่ยวนครสวรรค์ ที่นี่ก็ถือเป็นแลนด์มาร์คอีกหนึ่งแห่ง ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง