ท่องเที่ยวไทย

เส้นทางตามรอยศาสตร์พระราชา โครงการเกษตรวิชญา – ชุมชนบ้านไร่กองขิง จ.เชียงใหม่

เส้นทางตามรอยศาสตร์พระราชา โครงการเกษตรวิชญา – ชุมชนบ้านไร่กองขิง จ.เชียงใหม่

 

ชุมชนบ้านไร่กองขิง จ.เชียงใหม่
ชุมชนบ้านไร่กองขิง จ.เชียงใหม่

 

ชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งนิยมปลูกพืชผักสวนครัว และพืชสมุนไพร มีพ่อครูสงวน บัวสอน เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับการย่ำขาง การนวดที่มีเฉพาะทางภาคเหนือเท่านั้น พร้อมกันนี้ยังมีศูนย์บริการเพื่อสุขภาพ นวด และประคบสมุนไพร มีโฮมสเตย์ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

 

http://www.campaignactivity.com/
ภาพ : http://www.campaignactivity.com/

 

แต่เดิมนั้นบ้านไร่กองขิง ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีการรวมตัวของ 3 ชุมชนในเวลานั้นคือ บ้านนาบุก บ้านไร่และบ้านกองขิง โดยในสมัยก่อนที่ยังไม่ได้มีการตัดถนนผ่าน ผู้คนก็สัญจรไปมาด้วยการเดินเท้าและทำอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังมีการแบ่งเขตการปกครองตามสายน้ำหรือแม่น้ำ เพราะบางพื้นที่แม้ว่าจะอยู่ติดกันแต่กลับเดินทางไปมาหาสู่กันลำบากเนื่องจากมีแม่น้ำกั้นเอาไว้ ต่อมาบ้านนาบุกเริ่มมีชาวบ้านอาศัยอยู่มากขึ้น จึงแยกตัวออกไปตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่คือหมู่ที่ 10 ส่วนบ้านไร่และบ้านกองขิงยังไม่สามารถแยกไปตั้งเป็นหมู่บ้านของตนเองได้เพราะประชาชนยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด จึงทำให้ทั้งสองหมู่บ้านนี้มารวมตัวกันกลายเป็นหมู่บ้านที่ชื่อว่าบ้านไร่กองขิง หมู่ที่ 3 จวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกลายเป็นหมู่บ้านที่รู้จักกันดีในแง่ของการรักษาสุขภาพทั้งกายและใจด้วยสมุนไพร มีความเป็นอยู่ที่อิงกับการใช้ชีวิตแบบพอเพียง เรียบง่ายและใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อยอดจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ชุมชนบ้านไร่กองขิงเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับ “อยู่ดี กินดี” ประจำ ปี พ.ศ. 2552 และพัฒนาสู่ระดับ “มั่งมี ศรีสุข” ในปี พ.ศ. 2553 ของอำ เภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นหมู่บ้านที่ผ่านการประเมินมาตรฐานชุมชน (มชช.) เมื่อ ปี พ.ศ. 2552 โดยส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ ประชาชนในหมู่บ้านมีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นรูปธรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรม แต่ละโครงการของชุมชนบ้านไร่กองขิง ก่อให้เกิดการสะสมองค์ความรู้ที่สามารถรวบรวมไว้ และพร้อม ถ่ายทอดแก่ผู้สนใจศึกษาเรียนรู้ ปัจจุบันบ้านไร่กองขิงได้ ส่งเสริม เศรษฐกิจในชุมชนให้มีความยั่งยืน และสามารถเป็นต้นแบบแก่ ชุมชนอื่นๆ โดยการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ เพื่อศึกษาถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมของชาวบ้านไร่กองขิง

ด้วยระบบจัดการที่เป็นรูปธรรม มีอัตลักษณ์เด่นชัด บ้านไร่กองขิงจึงเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จนหลายองค์กรมอบรางวัลให้ รวมถึง รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย – Thailand Tourism Awardsหรือรางวัลกินรี ครั้งที่ 10 ประจำปี 2558 จากการท่องเที่ยวประเทศไทย โดยได้ รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทแหล่งท่องเที่ยวชุมชน

วัฒนธรรมประเพณี / เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ชุมชน

  • การแต่งกายแบบล้านนา
  • ประเพณีตานก๋วยสลาก
  • ประเพณีตานข้าวใหม่เดือนสี่เป็ง
  • ประเพณีเดือนยี่เป็ง
  • ประเพณีปอยหลวง
  • วิถีคนเมืองล้านนา

ผลิตภัณฑ์ของชุมชน

  • น้ำผึ้ง
  • เกสรผึ้ง
  • ยาหม่องไพร
  • ยาดมสมุนไพร
  • ยาอบสมุนไพร
  • สบู่เหลวสมุนไพร
  • ลูกประคบ
  • ตะไคร้หอมไล่ยุง

Meet in the Village @ชุมชนบ้านไร่กองขิง จ.เชียงใหม่

Cr.Village to the World

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่: บ้านไร่กองขิง หมู่ 3 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่

อีเมล: –

เบอร์โทร: ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านไร่กองขิงโทร.0818812578

เว็บไซต์: 

 

แผนที่การเดินทางไปหมู่บ้านกองขิง

 

 

โครงการเกษตรวิชญา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ด้วยการตามเสด็จเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ทรงสั่งสมประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมือง และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมด้านการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของปวงชนชาวไทยตลอดมา

โครงการเกษตรวิชญา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริในสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในขณะที่ดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมอบที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่บ้านกองแหะ หมู่ ๔ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ทั้งหมด จำนวน ๑,๓๕๐ ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการในลักษณะคลินิกเกษตร เผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน และเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่

พื้นที่พระราชทานในโครงการ ฯ มีทั้งสิ้น ๑,๓๕๐ ไร่ ประกอบด้วย ๕ ส่วน ได้แก่

ส่วนที่หนึ่ง เป็นพื้นที่ส่วนราชการ ๑๓๘ ไร่ โดยเป็นที่ตั้งของอาคารศูนย์เรียนรู้ อาคารฝึกอบรม และอาคารศูนย์อภิบาลเด็กสายใยรักจากแม่สู่ลูก รวมถึงแปลงสาธิตจุดเรียนรู้การพัฒนาการเกษตรแบบครบวงจร

ส่วนที่สอง เป็นพื้นที่ทรงงาน ๓๒ ไร่

ส่วนที่สาม เป็นพื้นที่พัฒนาการเกษตร ๑๓๙ ไร่ โดยขณะนี้มีเกษตรกรใช้ประโยชน์จากที่ดินเดิมจำนวน ๖๐ ราย มีการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ฟื้นฟูปรับปรุงดิน พัฒนาแหล่งน้ำ ส่งเสริมอาชีพ และเป็นศูนย์เรียนรู้

ส่วนที่สี่ เป็นพื้นที่วนเกษตรและธนาคารอาหารชุมชน ๑๒๓ ไร่ มีการพัฒนาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม อนุรักษ์แหล่งต้นน้ำลำธาร รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมพัฒนาพืชสมุนไพร และเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ

ส่วนที่ห้า เป็นพื้นที่ป่าไม้ ๙๑๘ ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๐ ของพื้นที่ทั้งหมด จัดการร่วมกับกรมป่าไม้ในการอนุรักษ์ป่าไม้ตามธรรมชาติ และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยววนเกษตร โดยจัดให้เป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

โครงการเกษตรวิชญา ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทำให้ราษฎรจำนวน 2 หมู่บ้าน ได้เรียนรู้การผลิตและนำเชื้อเพลิงจากวัสดุชีวมวลมาใช้ในชีวิตประจำวัน ลดปริมาณการใช้ไม้ฟืนจากป่าธรรมชาติ ราษฎรได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่วนเกษตรและธนาคารอาหารชุมชน ๑๒๓ ไร่ ส่งผลให้ราษฎรเกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้และเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทย

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ประชุมเมืองไทยภูมิใจช่วยชาติ  ,http://kingwisdom.tourismthailand.org/route

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง