นอสตาราดามุส กับ การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3
ดูดวง

นอสตราดามุส ทำนาย สงครามโลกครั้งที่ 3 ใกล้เข้ามาแล้ว!!!

160 views

นอสตราดามุส ทำนาย สงครามโลกครั้งที่ 3 ใกล้เข้ามาแล้ว!!!


ที่มาคลิป Gold Star Channel
โปรดใช้วิจารณญาณ

สงครามโลกครั้งที่ 3 คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะรู้ว่าผลกระทบจากสิ่งที่เรียกว่า สงคราม นั้น จะทิ้งรอยแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจไว้กับคนจำนวนมากที่ต่อให้ใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตก็ไม่อาจเยียวยาได้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างหลายประเทศที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร ทำให้เราหวั่นเกรงกับคำนี้มากขึ้น ทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ยินคำนี้ แต่ทุกครั้งที่ได้ยินการวิเคราะห์ต่างๆ รวมถึงคำทำนาย ก็ได้แค่คิดว่า ขอให้ไม่มีอะไรเป็นไปตามคำทำนายนั้น…

นอสตราดามัส นักพยากรณ์ก้องโลก ทำนายเหตุการณ์สำคัญของโลก

เราจะรู้จักกันดีกับ นอสตราดามัส ว่าเขาคือ นักพยากรณ์ชื่อก้องโลก ซึ่งทำนายเหตุการณ์สำคัญของโลกไว้หลายอย่าง และล้วนเป็นจริงเกือบทั้งสิ้น เพื่อนๆอยากรู้ไหมว่า เขากลายมาเป็นหมอดูที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก ได้อย่างไร? วันนี้ทีนเอ็มไทยนำประวัตินอสตราดามุส และเรื่องราวคำทำนายของเขามาฝาก ให้เพื่อนๆได้อ่านเป็นความรู้เล็กๆน้อยๆ

นอสตราดามัส (หรือที่คนไทยเรียก นอสตราดามุส ) หรือ มิเชล เดอ นอสตราดาม (Michel De Nostradame)

เป็นแพทย์ และนักพยากรณ์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส เชื้อสายยิว เกิดวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1503 ที่เมืองแซงต์ เรมี ในครอบครัวนายทะเบียนผู้รุ่งเรืองของเมือง นอสตราดามุสจบการศึกษาด้านการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยมองต์เปลลีเยต์ ปี 1525 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 1566

วัยเรียนของนอสตราดามัส

เมื่ออายุได้ 15 ปี นอสตราเดมัสได้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยอาวีญง (University of Avignon) และคงได้เล่าเรียนวิชาในกลุ่มไตรศิลปศาสตร์ตามแบบแผน คือ ไวยากรณ์วาทศาสตร์ และตรรกศาสตร์ มากกว่ากลุ่มจตุรศิลปศาสตร์ คือ เรขาคณิต คณิตศาสตร์ สังคีตศาสตร์ และดาราศาสตร์ แต่เรียนไปไม่ถึงปีก็จำต้องอพยพจากเมืองอาวีญง เพราะกาฬโรคระบาดจนต้องปิดมหาวิทยาลัย

เมื่อไปจากเมืองอาวีญงแล้ว นอสตราเดมัสเตร็ดเตร่อยู่ตามชนบทเพื่อวิจัยสมุนไพรและประกอบอาชีพเป็นเภสัชกรถึง 8 ปีตั้งแต่ปี 1521 ครั้นปี 1529 เขาเข้าศึกษาแพทยศาสตร์ระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมงเปลลีเยร์ (University of Montpellier) แต่เมื่อกีโยม รงเดอเล (Guillaume Rondelet) อธิการบดี ทราบว่า เขาเป็นเภสัชกร ซึ่งเป็น “การค้าทางหัตถกิจ” (manual trade) ที่ธรรมนูญมหาวิทยาลัยไม่อนุญาต อธิการบดีก็ไล่เขาออกทันที แม้เขาไม่จบแพทยศาสตร์ แต่สำนักพิมพ์และผู้สื่อข่าวในภายหลังก็พอใจจะเรียกขานเขาว่า “นายแพทย์”

เมื่อถูกไล่ออกแล้ว สันนิษฐานว่า นอสตราเดมัสยังคงเลี้ยงชีพด้วยการเป็นเภสัชกรต่อไป เพราะต่อมาเขาเกิดมีชื่อเสียงจากการผลิตยาที่เรียก “ลูกกลอนกุหลาบ” (rose pill) ซึ่งคาดว่า มีสรรพคุณป้องกันกาฬโรค

นอสตราดามัส นักพยากรณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์

เมื่อปี 1550 นอสตราดามัสได้เขียนส่วนแรกของคำทำนาย

นอสตราเดมัสกลับไปเยือนอิตาลีอีกครั้ง ครั้งนี้ เขาเบนเข็มจากสมุนไพรเป็นเรื่องคุณไสย พอได้รับทราบกระแสนิยมหลายกระแสแล้ว เขาก็เขียนกาลานุกรม (almanac) สำหรับปี 1550 ขึ้นเผยแพร่ โดยใช้ชื่อสกุลตนเองเป็นภาษาละตินว่า “Nostradamus” เป็นครั้งแรก กาลานุกรมของเขามียอดขายดีมาก ทำให้เขาเขียนกาลานุกรมอีกหลายฉบับอย่างน้อยปีละเล่ม ส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ของแต่ละปี แต่บางปีก็เริ่มแต่วันที่ 1 มีนาคม เมื่อรวมกาลานุกรมทั้งหมดแล้ว เป็นคำพยากรณ์จำนวน 6,338 บท และปฏิทินอย่างน้อย 11 ปี

ความที่กาลานุกรมประสบความสำเร็จอย่างมากนี้เอง นอสตราเดมัสจึงเริ่มมีชื่อเสียง และบุคคลสำคัญมากหน้าหลายตาก็เริ่มแห่กันมาร้องขอให้เขาทำนายโชคชะตาราศีให้ รวมถึงขอให้เขาใช้ “ญาณทิพย์” มอบคำปรึกษาให้ นอสตราเดมัสมักให้ “ลูกค้า” ส่งมอบวันเดือนปีเกิดที่เขียนลงบนตารางให้สำหรับใช้ทายทัก มากกว่าจะคำนวณตัวเลขเหล่านั้นด้วยตนเหมือนดังที่นักดาราศาสตร์มืออาชีพพึงทำ และเมื่อจำเป็นต้องคำนวณดังกล่าวตามตารางวันเดือนปีที่เผยแพร่กันอยู่แล้ว ก็ปรากฏว่า เขามักคำนวณพลาด ทั้งยังไม่สามารถกำหนดเลขชะตาให้ตรงกับวันเดือนปีหรือสถานที่เกิดของลูกค้าได้ ฉะนั้น เมื่อนอสตราเดมัสเขียนโคลง 4 พยากรณ์จำนวน 1,000 บท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษาฝรั่งเศส จึงไม่ลงวันเวลากำกับไว้อีก โคลงเหล่านี้ทำให้เขามีชื่อเสียงมากมาจนบัดนี้

หมอดูที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกคนนี้ เป็นคนเพียงไม่กี่คนที่หนังสือที่เขาเขียนมีการพิมพ์ครั้งแล้วครั้งเล่าติดต่อกันมากว่า 400 ปีมาแล้ว เฉลี่ยได้ว่าทุกร้อยปีจะมีการพิมพ์คำทำนายของเขาหรือหนังสือเกี่ยวกับตัวเขา การทำนายของเขาอย่างน้อยก็เป็น 100 เล่ม

รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาการของฮิตเลอร์ก็เคยให้ฮิตเลอร์อ่านคำทำนายของนอสตราดามัส และดัดแปลงใช้คำทำนายของนอสตราดามัสทำการโฆษณาการชวนเชื่อในประเทศยุโรปที่ตนเข้ายึดครองจนเป็นเหตุให้อังกฤษต้องใช้งบประมาณถึง 8 หมื่นปอนด์ ในการวางแผนโฆษณาตอบโต้, จักรพรรดินีโจเซฟินก็เคยให้นโปเลียนอ่านคำทำนายของ นอสตราดามัส, พระนางแคธรีน เดอ เมดิซีส์ ก็โปรดปรานนอสตราดามัสมาก ถึงขนาดเชิญไปเป็นแขกส่วนพระองค์ เพื่อผูกดวงทำนายโชคชะตาราศีให้พระราชบุตรธิดาของพระองค์และพระราชทานรางวัลแก่นอสตราดามัสเป็นอันมาก

ตัวอย่าง คำทำนายของนอสตราดามัส

ซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1503-1560 เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของโลก ซึ่งได้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว

  1. นโปเลียน จักรพรรดิองค์หนึ่งจะเกิดใกล้อิตาลี จักรพรรดิองค์นี้จะมีราคาแพงมากสำหรับจักรวรรดิ เมื่อเห็นพวกพ้องของเขาแล้ว คนก็จะพูดว่าท่านเป็นนักฆ่ามากกว่าเจ้าชาย
  2. ฮิตเลอร์ สัตว์ป่าซึ่งบ้าบิ่นเพราะความหิวโหยจะข้ามแม่น้ำ สนามรบส่วนใหญ่จะเป็นการรบต่อต้านฮิสเตอร์ (ฮิตเลอร์) เขาจะลากผู้นำไปในกรงเหล็ก เมื่อคนเยอรมันผู้นี้ไม่ยอมรับกฎหมายใด ๆ
  3. ฟรังโก จากคาสติลล์ ฟรังโกจะนำพรรคพวกออกมา ซึ่งพวกทูตไม่เห็นด้วยและสร้างความร้าวฉานขึ้น พรรคพวกของริวิเอรา (ผู้เผด็จการซึ่งฟรังโกมีส่วนช่วยโค่นล้ม) จะอยู่ในกลุ่มด้วย และฟรังโกจะไม่สามารถเข้ามาในอ่าว (หมายถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน) ได้
  4. หลุยส์ ปาสเตอร์ สิ่งที่สูญหายจะถูกค้นพบหลังจากหลายศตวรรษ (การค้นพบเชื้อโรคในบรรยากาศของปาสเตอร์) ปาสเตอร์จะมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนเทพเจ้า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์โคจรครบรอบ (ปี ค.ศ.1889 และเป็นปีเดียวกับที่ปาสเตอร์ได้ตั้งสถาบันปาสเตอร์ขึ้น) แต่ข่าวลืออื่น ๆ จะทำให้เขาเสียชื่อ (หมายถึงการต่อต้านจากวงการแพทย์สมัยนั้น)
  5. การตั้งรัฐอิสราเอล รัฐใหม่จะเกิดขึ้นบริเวณซีเรีย จูเดีย และ ปาเลสไตน์ จักรวรรดิป่าเถื่อน (หมายถึงไม่ใช่พวกคริสเตียน) จะแตกสลายก่อนสิ้นศตวรรษของพระอาทิตย์ (ศตวรรษที่ 20)
  6. สันนิบาตชาติ สุนทรพจน์ที่ทะเลสาบเลอมัน จะดุเดือดขึ้น วันจะยืดยาวนานไปเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน เป็นปี แล้วทุกอย่างก็จะพังทลาย เจ้าหน้าที่จะด่าว่าอำนาจที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ของตน
  7. สงครามโลกครั้งที่สอง ไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งทิ้งระยะไม่นานนักจะเกิดความวุ่นวายขึ้นทั้งทางบกและทางทะเล สงครามทางทะเลจะยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมา เพลิง สัตว์ (เครื่องมือ เครื่องจักร) จะทำให้เกิดความวุ่นวายหนักหน่วงยิ่งขึ้น
  8. นางาซากิ และ ฮิโรชิมา ใกล้ท่าเรือและในสองเมืองจะประสบภัยพิบัติอย่างที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน ความหิวโหย โรคภัย จะเกิดขึ้นและผู้คนซึ่งถูกดาบฟาดฟันขับไล่ออกมาจะเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นอมตะ
  9. การสละราชบัลลังก์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 กษัตริย์อังกฤษซึ่งกำลังจะสิ้นพระชนม์ ตั้งพระทัยมอบราชบัลลังก์ให้กับเจ้าชายหนุ่ม แต่เมื่อกษัตริย์สิ้นพระชนม์แล้ว ลอนดอนจะตั้งข้อพิพาทกับเจ้าชาย และจะเรียกร้องราชอาณาจักรคืนจากพระองค์ เนื่องจากไม่ทรงยินยอมทำการหย่าขาด ซึ่งเห็นกันว่าไม่เหมาะสม กษัตริย์แห่งเกาะใหญ่น้อยจึงทรงถูกบังคับให้สละราชบัลลังก์และผู้ที่ไม่ควรได้เป็นกษัตริย์ได้ขึ้นครองบัลลังก์แทน (หมายถึงพระเจ้ายอร์ชที่ 6)
  10. การเดินทางอากาศ เมื่อหมดโรคภัยแล้ว โลกจะแคบลง และจะสงบสุขไปเป็นเวลานาน ประชาชนจะเดินทางโดยปลอดภัยในท้องฟ้า ทางบก และทางทะเล และแล้วสงครามก็จะเกิดขึ้นอีก
  11. สงครามทางอากาศ ตลอดคืน คนจะคิดว่าตนเห็นพระอาทิตย์ขณะที่เห็นคนครึ่งหมู (นักบินที่ใส่หน้ากากออกซิเจน) จะมีเสียงครึกโครม เสียงหวีดหวิว จะมีการต่อสู้ของสงครามในท้องฟ้า สัตว์ร้าย (นักบิน) จะพูดติดต่อ กันได้
  12. พระเจ้าชาห์ และ โคไมนี ความอดอยาก และสงครามจะไม่มีวันสิ้นสุดในเปอร์เซีย ความเชื่อมั่นจนเกินไปจะทำให้กษัตริย์ถูกหักหลัง การดำเนินการที่เริ่มในฝรั่งเศสจะยุติที่นั่น และเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าเขาจะต้องตาย

สงครามโลกครั้งที่ 3″  คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะรู้ว่าผลกระทบจากสิ่งที่เรียกว่า สงคราม นั้น จะทิ้งรอยแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจไว้กับคนจำนวนมากที่ต่อให้ใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตก็ไม่อาจเยียวยาได้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างหลายประเทศที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร ทำให้เราหวั่นเกรงกับคำนี้มากขึ้น ทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ยินคำนี้ แต่ทุกครั้งที่ได้ยินการวิเคราะห์ต่างๆ รวมถึงคำทำนาย ก็ได้แค่คิดว่า ขอให้ไม่มีอะไรเป็นไปตามคำทำนายนั้น

ในบรรดาคำทำนายทั้งหมด ชื่อที่เราได้ยินกันบ่อยที่สุดก็คือ นอสตราดามุส คำทำนายของเขาที่เขียนขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ยังได้รับการนำมาตีความและอ้างอิงจนถึงทุกวันนี้และโดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันนี้

นอสตาราดามุส กับ การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

นอสตาราดามุส กับ การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

หลังจาก นอสตราดามุส ทำนายเรื่องการเกิด สันนิบาตชาติ ที่จะมีการกล่าวสุนทรพจน์ ณ ทะเลสาบเลอมัน จะทวีความดุเดือดขึ้น หนึ่งวันจะยืดยาวไปเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน เป็นปี จากนั้นทุกอย่างก็จะพังทลายลง เจ้าหน้าที่จะออกมาด่าว่าให้อำนาจที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ใดๆ ได้ ไม่นาน นอสตราดามุส ก็ได้ทำนายต่อเนื่องว่า จะเกิดความวุ่นวายขึ้นทางบกและทางทะเล สงครามกลางท้องทะเลจะยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมา เพลิง สัตว์ เครื่องมือ เครื่องจักร จะทำให้เกิดความหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น เมืองนางาซากิและเมืองฮิโรชิมาซึ่งตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือจะประสบภัยในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เกิดความหิวโหย เกิดโรคภัย ผู้คนในเมืองจะถูกฟาดฟันและถูกขับไล่ออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นอมตะ จนเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นเป็น สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม และวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2488 มีการทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองนางาซากิและเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก หลังจากที่มีการทิ้งระเบิดได้ 6 วัน ญี่ปุ่นจึงลงนามในตราสารประกาศยอมแพ้สงครามมหาสมุทรแปซิฟิกที่นับเป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488

หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นผู้จุดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3?
“The false trumpet concealing madness
will cause Byzantium to change its laws.
From Egypt there will go forth a man who wants
the edict withdrawn, changing money and standards.”

[Century I: 40]

เรื่องของทรัมป์ในคำทำนายของนอสตราดามุสนั้นมีการตีความโดยลงลึกไปถึงรากศัพท์กันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า คำว่า trumpet ในที่นี้ จะหมายถึงทรัมป์หรือไม่ ซึ่งหาก false trumpet นั้นหมายถึงทรัมป์จริง ก็หมายความว่าการจุดชนวนของเขาจะมีผลไปถึงประเทศในยุโรปด้วย

หรือ The Great City จะหมายถึงอเมริกา?
The republic of the great city
Will not want to consent to the great severity:
King summoned by trumpet to go out,
The ladder at the wall, the city will repent.

[Century 3: 50]

The republic of great city ในข้อความส่วนนี้มักจะมีคนตีความว่าหมายถึงสหรัฐอเมริกา และเมื่อมีการนำมาโยงกับคำว่า trumpet ก็ยิ่งทำให้มีคนเชื่อว่า ทรัมป์จะเป็นผู้สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของคนอเมริกันอีกมาก นอกจากนี้ยังมีการตีความในส่วนอื่นๆ จากคำทำนายของนอสตราดามุสอีกว่า สงครามครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้กันระหว่างสองมหาอำนาจใหญ่และอาจกินเวลายาวนานถึง 27 ปีกว่าจะยุติลง

อย่างไรก็ตาม เพราะคำทำนายของนอสตราดามุสทั้งหมดเป็นการเขียนในลักษณะที่ต้องอาศัยการตีความ จึงมีนักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมืองอีกจำนวนไม่น้อยที่มองว่า การตีความที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นความพยายามที่จะโยงข้อมูลเข้ากับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและทัศนคติของตัวเอง จึงไม่มีใครฟันธงได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เขียนขึ้นเมื่อหลายปีก่อนนั้นคืออะไร

เหมือนกับที่เราคงไม่สามารถฟันธงว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันได้เช่นกัน

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : Underground Science , ThoughtCo.

ภาพ : AFP

ที่มา sanook mthai

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง